การวิ่งให้ได้นาน วิ่งยังใงให้ไม่เหนื่อย

การวิ่งให้ได้นาน

หลาย ๆ คนที่ออกกำลังกาย ก็อยากที่จะทำ การวิ่งให้ได้นาน และ การออกกำลังกายให้ได้ประสิทธิภาพ ซึ่งก็มีนักวิ่งมือใหม่ ที่ถอดใจไปมากมาย เพราะว่าเขารู้สึกว่า การวิ่งเพื่อการลดน้ำหนักนั้น มันเป็นอะไรที่ยากเหลือเกิน

แต่ความเป็นจริงแล้ว ก็ต้องบอกว่า คุณอาจจะไม่รู้ในเทคนิคการวิ่ง หรือ เคล็ดลับในการวิ่ง ให้ได้นาน และ ได้ประสิทธิภาพสูงสุดนั่นเอง สำหรับวันนี้ เราก็จะมานำเสนอครับว่า วิธีการที่จะทำให้การวิ่งนั้น มีประสิทธิภาพ วิ่งได้นานขึ้นนั้น จะต้องทำอย่างไรบ้าง

การวิ่งให้ได้นาน มีวีธีการดังต่อไปนี้

1.ร่างกายของเรานั้น ก็ต้องบอกว่า ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรครับ เมื่อมันมีการชำรุดเกิดขึ้น การทำงานนั้น ก็จะเป็นไปได้ อย่างที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ ต่อให้ในเครื่องจักรนั้น จะมีปัญหาเกิดขึ้นกับชิ้นส่วนเล็ก ๆ น้อย ๆ แม้มันก็ยังทำงานได้ แต่ว่ามันก็ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ซึ่งต่อให้ร่างกายคนเรานั้น จะแข็งแรงสมบูรณ์ แต่หากมีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งมันเป็นจุดสำคัญ ก็ทำให้การวิ่งนั้น เป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่นเดียวกันครับ ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บ ข้อเท้า เข่า แม้อาการจะไม่หนักมาก

แต่ก็ส่งผลมาก ๆ ต่อการวิ่ง และ สภาพจิตใจ ที่ทำให้การลงน้ำหนักเท้า ของเรานั้น เป็นไปด้วยความกังวล และ บางครั้ง จนมันกลายเป็นความเครียด ขึ้นมาได้เลย ซึ่งสิ่งที่เราอยากจะแนะนำก็คือ ให้ท่านรักษา และ ทำการตรวจเช็คสุขภาพ อยู่เสมอครับ

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ข้อต่อหัวเข่า เช็คสุขภาพ หลัง เอว ซึ่งทั้งหมดนั้น มันเป็นสิ่งที่มีผลต่อการวิ่งนะครับ เมื่อเรารู้แล้วว่า มันเกิดปัญหาขึ้นที่ตรงไหน ก็ให้แก้ไขมัน และ คุณจะสามารถกลับมาวิ่ง ได้อย่างสบายใจ และ ทำได้อย่างเต็มที่ ไม่มีปัญหา อาการบาดเจ็บรบกวน อย่างแน่นอน

2.หลาย ๆ คน มีความใจร้อน อยากจะวิ่งให้จบ ๆ ไป โดยที่ผลของมันนั้น อาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บขึ้นมาได้ โดยที่พวกเขา ขาดการละเลย สิ่งที่เรียกว่า การวอร์มร่างกาย ก่อนการวิ่ง ก่อนการวิ่งนั้น แนะนำว่า ควรจะยืดเส้นยืดสาย ก่อนนะครับ

หรือจะเป็นการเดินสัก 10 ถึง 15 นาที เพื่อทำให้ร่างกายของเราอบอุ่น และ กล้ามเนื้อพร้อม ที่จะใช้การอย่างหนักได้ เพราะว่าการวิ่งนั้น มันไม่ใช่อะไรที่สบายเลยนะครับ ต่อร่างกายเรา ร่างกายเราจะต้องทำงานหนัก แต่หากคุณเริ่มต้นด้วยการวิ่งเลย

โดยที่มันไม่พร้อท ซึ่งเมื่อร่างกายเราไม่พร้อม มันก็อาจจะพังได้ ในทันที ซึ่งจะทำให้ท่านไม่สามารถ ที่จะมาตื่นขึ้นมาวิ่งในวันต่อไปได้ เพราะฉะนั้น การเสียเวลาซัก 10-15 นาที นั้น ก็เป็นอะไรที่ คงจะไม่ เสียเวลาจนเกินไปหรอก จริงไหมครับ

3.ร่างกายของเราจะต้องปรับตัว ไม่ว่าจะทำอะไร แรก ๆ นั้นคุณสังเกตไหมครับ ว่ามันจะทำได้ อย่างติด ๆ ขัด ๆ ยากเย็นซะเหลือเกิน ตัวอย่างเช่น เมื่อตอนเป็นเด็ก คุณฝึกเขียนหนังสือ แรก ๆ คุณก็เขียนไม่ได้หรอกครับ จนเวลาผ่านไป เริ่มเกิดความคล่อง ความเคยชิน

ร่างกายจดจำ ทำให้เขียนหนังสือได้ และ ยังสวยอีกด้วย เช่นเดียวกันกับการวิ่งครับ เพราะว่าร่างกายเรา ยังไม่คุ้นชินกับการออกกำลังกาย การวิ่งทำให้มีอาการเหนื่อยล้า หอบวิ่งได้ไม่กี่นาที นั่นก็เพราะว่า ร่างกายของเรา เพิ่งจะได้เรียนรู้การวิ่งนั่นเอง

หลาย ๆ คน แค่เพิ่งเริ่มได้วันแรก ก็ท้อบอกว่ามันเหนื่อย ไม่ไหว แต่คุณลองมาวิ่งในวันต่อไป ก็จะรู้สึกว่า จะเริ่มวิ่งได้มากขึ้นกว่าเดิม แม้ว่าจะนิดเดียว แต่มันก็ดีขึ้นนะครับ และ ถ้าคุณวิ่งอย่างนั้นไปเรื่อย ๆ มันก็จะวิ่งได้มากขึ้น มากขึ้น ไปเรื่อย ๆ

ซึ่งคำแนะนำก็คือ อย่าไปคิดอะไรมาก และ ต้องเข้าใจครับว่า การวิ่งในครั้งแรกนั้น คุณจะวิ่งได้แค่เพียง 10 นาทีถึง 15 นาที เท่านั้นซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้น คุณก็อาจจะเดินแทนก็ได้ครับ ให้ร่างกายเราจดจำ ร่างกายได้ใช้งาน

และก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ นั่นก็คือการออกกำลังกาย ด้วยการวิ่ง ซึ่งร่างกายของคนเรา มันเรียนรู้กันได้อยู่แล้ว แบบอัตโนมัติ ยิ่งวิ่งเยอะ คุณก็จะยิ่งวิ่งได้นาน ตามไปด้วย เพราะฉะนั้น อย่าไปคิดอะไรมากครับ อย่าคาดหวังอะไรกับครั้งแรก

4.ค่อย ๆ เพิ่มเลเวลขึ้นไปเรื่อย ๆ แรก ๆ คุณอาจจะวิ่งได้ 10-15 นาที คุณอาจจะวิ่งอย่างนั้นไปได้ซัก 1 สัปดาห์ แต่เมื่อหลังจากนั้น คุณจะเริ่มรู้สึกว่า คุณเริ่มไม่ค่อยเหนื่อยแล้ว ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดีเลยครับ คุณค่อย ๆ เพิ่มเลเวลการวิ่งไปเรื่อย ๆ

อาจจะเพิ่มขึ้นมาเป็น 20-30 นาที แล้วก็สังเกตดูว่า ร่างกายของคุณนั้น เหนื่อย และ อ่อนล้ามากแค่ไหน อยากแนะนำว่า ไม่ควรที่จะทำให้ การวิ่งนั้น เหนื่อยมากเกินไป เพราะว่ามันจะทำให้ ร่างกายเรา จดจำความรู้สึกแย่ ๆ เอาไว้ นั่นเอง

แล้ววันต่อไป คุณจะเริ่มไม่มีความสุขในการวิ่ง สิ่งที่ดีที่สุด คือ การเดินทางสายกลาง ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องใจร้อนครับ มันมีเวลาของมันอยู่แล้วครับ ของพวกนี้มันไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีทางลัด นอกจากจิตใจคุณ จะแข็งแกร่งมาก ๆ

สำหรับคนที่รักในการวิ่งนะครับ ก็ขอให้มีความอดทน และ สู้กันต่อไปครับ อย่าเพิ่ง ยอมแพ้อะไรกันง่าย ๆ นะครับ เพราะว่าการฝึกฝนการวิ่ง นอกจากจะทำให้ ร่างกายแข็งแรง ก็ยังได้เรื่องของสมาธิ และ ได้ใช้ความคิด ในระหว่างวิ่ง

ซึ่งยังทำให้ การนอนหลับนั้น เป็นไปได้อย่างสุขกาย สบายใจ อีกด้วยครับ

ขอขอบคุณ Ufabet และ smok voopoo Electric Cigarette ปลอดภัยหายห่วง จากสารที่ทำให้เกิดมะเร็ง เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่รักสุขภาพ

การฝึกฝนตนเอง ให้พัฒนา และ ก้าวไปข้างหน้า

หากเราปราศจาก การฝึกฝนตนเอง อยู่ตลอด ก็อาจทำให้สิ่งที่เรานั้น ได้ศึกษา และ เรียนรู้มาทั้งชีวิต ไม่เกิดประโยชน์ อะไรก็ได้ เพราะว่าหากเรา ไม่คลุกคลีอยู่กับมัน อย่างสม่ำเสมอ ก็อาจจะทำให้เรา หลงลืม และ ทิ้งมันไป เลือนหายไป จากสมองของเราได้

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย กับสิ่งที่เราอุตส่าห์เรียนรู้มา หรือ พยายามทำความเข้าใจ มาอย่างเป็นเวลาช้านาน เพราะฉะนั้น แค่เสียเวลาในการทบทวน และ เรียนรู้ฝึกฝน กับสิ่งที่เรามีอยู่ วันหนึ่งนั้น มันอาจจะส่งผลที่ดี กลับมาหาเรา อย่างไม่รู้ตัวเลยก็ได้

และการทำในสิ่งที่เราถนัด ฝึกฝน จนคล่องแคล่ว และ มีความเชี่ยววชาญ มันก็จะสามารถก่อให้เกิดผลดี ต่อคนรอบข้าง ก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อสังคมได้ เพราะโลกของเรานั้น ต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นคน หรือ สัตว์แต่ละชนิด ก็จะมีคุณค่า ในตัวเองอยู่ในตัว

เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราควรจะทำ ก็คือการใช้ความรู้ และ ความสามารถของเรา ทำการช่วยเหลือผู้อื่น อย่างเช่น การที่คุณเป็นหมอ การฝึกฝนในการรักษาคน ให้หายจากโรคได้นั้น ก็ถือว่า เป็นการที่คุณ ใช้ความสามารถของคุณ ช่วยเหลือคนอื่น

หากคุณเป็นนักดนตรี ก็สามารถสร้างเสียงเพลงที่ไพเราะ ใช้ขับกล่อมผู้คน ให้มีความสุข มีความสดใส มันก็เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ใช่ไหมครับ เพราะว่าโลกของเรานั้น ต้องพึ่งพาซึ่งกันและกัน การขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป คนใดคนหนึ่งไป นั่นอาจจะทำให้

โลกเราขาดความสมดุล ไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้น เราก็ถือได้ว่า เป็นส่วนหนึ่งที่สามารถ สร้างความสมดุล ให้กับโลกใบนี้ได้ ด้วยการฝึกฝนตนเอง จนเชี่ยวชาญ หรือ มีความสามารถ ในระดับหนึ่ง

การฝึกฝนตนเอง สามารถแบ่งออกมาได้ หลากหลายแบบ และ วิธีการ

อันดับแรก การฝึกฝนร่างกายของเรา ซึ่งการฝึกฝนร่างกายนี้ สิ่งแรกที่จะต้องคำนึงถึง ก็คือในเรื่องของวัย คุณไม่สามารถที่จะทำอะไร ได้อย่างคล่องแคล่ว หากคุณอายุเยอะแล้ว แต่สิ่งที่คุณจะได้เปรียบกว่าคนอื่น ก็คือความนิ่ง และ ความชัดเจน

ส่วนในวัยรุ่นนั้น การฝึกฝน สามารถทำสิ่งที่ยาก และ มีความหนักหน่วงได้ ซึ่งหากได้รับการฝึกฝนที่มากพอในวัยนี้ จะเป็นผลดี ต่ออนาคตข้างหน้า ได้อย่างแน่นอน ซึ่งก็ต้องบอกว่า หากเราเริ่มต้นได้อย่างถูกต้อง และ ถูกทาง ก็จะสามารถนำพาเรา

ให้กลายเป็นคน ที่มีความคล่องแคล่ว ในการทำสิ่งต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และ สร้างประโยชน์มากมายต่อสังคม และ โลกใบนี้ อย่างเช่น การฝึกฝนร่างกาย เพื่อจะเป็น นักฟุตบอล ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยรุ่น คุณก็สามารถ เป็นคนที่มีความสามารถ และ ทักษะที่สูง และ เมื่อนั้น คุณจะสร้างประโยชน์ให้กับชาติ ก็สามารถทำได้ ด้วยการลงเล่นกับทีมชาติ

และกลายเป็นผู้นำพาชัยชนะ กลับมาสู่ประเทศได้ และ นอกจากนั้น ยังทำให้คุณ ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ทั้งจากรายได้ ชื่อเสียงต่าง ๆ ที่ได้รับกลับมาด้วย ความสามารถ ของคุณเอง

หรืออย่างเช่น การที่คุณฝึกฝน การเล่นดนตรี มาตั้งแต่เด็ก จนถึงวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ คุณก็จะมีความสามารถเหนือกว่าคนอื่น และ ใช้มันในการดำรงชีพได้ ด้วยการหาเงิน หรือ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ โดยการแข่งขันในระดับต่าง ๆ ที่ทั่วโลกจัดการแข่งขันขึ้น

การฝึกจิตใจให้เข้มแข็ง

การฝึกจิตใจให้เข้มแข็งนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ และ จำเป็นมาก เพราะโลกของเรานั้น มีสิ่งต่าง ๆ มากมาย ที่สามารถบั่นทอนจิตใจของเรา ได้อย่างง่ายดาย หากคุณเป็นคน ที่จิตใจเปราะบาง ไม่สามารถเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ ได้

เมื่อนั้นอาจจะส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อคุณ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของโรคซึมเศร้า จนกระทั่งในเรื่องของการเสียชีวิต ด้วยการฆ่าตัวตายได้เลย ฉะนั้นการฝึกจิตใจ ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ควรจะทำ เป็นอย่างมากครับ จงหัดที่จะเรียนรู้ และ เผชิญหน้ากับปัญหา

ซึ่งมันก็เป็นอีกหนทางในการควบคุมจิตใจของตัวเอง คนที่ควบคุมจิตใจไม่ได้ หากเกิดปัญหาขึ้นมา ก็อาจจะทำให้ ฟิวส์ขาด และ ทำอะไรที่ร้ายแรงออกมา แต่หากคุณได้รับการฝึกฝน และ เรียนรู้มัน

จากปัญหาที่เกิดขึ้น คุณก็จะสามารถเข้าใจ แล้วแก้ไขปัญหานั้นได้ เป็นอย่างดี ในอนาคตข้างหน้าเลย ซึ่งก็ต้องบอกว่า การฝึกจิตใจนั้น อาจจะเป้นเรื่องที่จำเป็น ในอันดับแรก ๆ เลยก็ว่าได้ ในการจะก้าวไปข้างหน้า ได้อย่างมั่นคง และ เข้มแข็ง

วิธีการในการฝึกฝนตนเอง

การฝึกให้ตัวเราเกิดความเคยชิน ในการทำสิ่งต่าง ๆ ให้ถนัด หรือ มีความเชี่ยวชาญ ในแขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะ อย่างเช่น การที่ขับรถได้อย่างปลอดภัย และ รู้จักเส้นทางต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ อย่างขับ Taxi หรือ พนักงานขับรถ

จากการอ่านการศึกษาหาข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ที่มีความรู้ในแขนงนั้น ๆ สังเกตได้ว่า ในช่วงแรก ๆ ที่นั้นเราอาจจะทำอะไรไม่เป็น และ มักจะรู้สึกว่า ทุกอย่างมันยาก แต่หากคุณใช้เวลาในการศึกษาสิ่งนั้น อย่างหนัก ในช่วงแรก ๆ

มันก็จะสามารถทำให้คุณ เกิดความเข้าใจ และ สามารถทำสิ่ง ๆ นั้น ได้อย่างง่ายดายมากขึ้น และ รวดเร็วมากขึ้น กว่าเดิม และ จะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อตัวคุณเอง และ คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

ฝึกฝนตนเองให้มีความมั่นใจ และ ทำมันออกมาได้เป็นอย่างดี การมีความมั่นใจนั้น คุณจะสามารถรับทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความถูกต้อง แน่นอนว่า อันดับแรก ในการสร้างความมั่นใจ ก็คือการเรียนรู้สิ่งที่ทำนั้น อย่างเข้าใจ และ เชี่ยวชาญ

ขอขอบคุณ Ufabet และ smok voopoo Electric Cigarette อุปกรณ์ และ น้ำยา มากมายหลายกลิ่น

ยอดผู้จัดการทีม ฟุตบอลในยุคปัจจุบัน

ยอดผู้จัดการทีม
ยอดผู้จัดการทีม ฟุตบอลในยุคปัจจุบัน

ใครกันนะที่เป็น ยอดผู้จัดการทีม ในวงการฟุตบอล ในยุคปัจจุบัน ซึ่งวันนี้ เราจะมานำเสนอ ให้ท่านได้ทราบกันครับ สนับสนุนโดย Goldenslot เว็บสำหรับคนรักใน กีฬาฟุตบอล และ smok voopoo Electronic Nicotine Delivery Systems

นอกเหนือไปจาก นักเตะที่เก่ง จึงจะทำให้ทีมก้าวไปสู่ความยิ่งใหญ่ได้แล้ว แต่ถ้าหากไม่มีผู้คุมที่ดี ก็คงไม่สามารถ ไปถึงฝั่งฝันได้ง่าย ๆ แต่หากในทีม มีนักเตะเก่ง ๆ สัก 2-3 คน และ ผู้จัดการทีมที่ดี บางทีความสำเร็จ ก็อาจเป็นไปได้ มากกว่าบางทีม

ที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับ สตาร์ แต่ไร้ผู้จัดการทีมเก่ง ๆ ซะอีก ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่า มีใครบ้างครับ ที่เป็นผู้จัดการทีม ที่เก่ง ในยุคปัจจุบันนี้ และ วันนี้เราจะทำการจัดอันดับกันที่ 5 อันดับ จะมีใครบ้าง มาติดตามกันได้เลยครับ

5 อันดับ ยอดผู้จัดการทีม

1. เยอร์เกน คลอปป์ ก็คงปฏิเสธไม่ได้เลย กับผลงานที่เขาได้สร้างเอาไว้ โดยเฉพาะกับการพาทีม ที่ยิ่งใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล สัมผัสกับแชมป์ลีก ครั้งแรก ซึ่งก็ดูจะย้อนแยงมาก ๆ ว่าทำไมถึงเรียกว่า ทีมที่ยิ่งใหญ่

สำหรับเหตุผลก็คือ ในอดีตเมื่อ 20 ปี กว่าปีมาแล้วนั้น ในสมัยที่ ฟุตบอลอังกฤษเรียกกันว่า ฟุตบอลดิวิชั่น 1 ยังไม่ได้กลายมาเป็น พรีเมียร์ลีก เหมือนในปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ครองความยิ่งใหญ่มาโดยตลอด โดยคว้าแชมป์ลีก มาอย่างยาวนาน

ไร้ซึ่งทีมต่อกร แต่เมื่อปรับเปลี่ยน มาใช้ชื่อว่า พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล ก็ไม่เคย ได้สัมผัสกับแชมป์ลีกอีกเลย จนเมื่อ ฤดูกาล 2019 – 2020 นี่เอง พวกเขาก็ทำสำเร็จ โดยการเป็นแชมป์ลีก ด้วยฝีมือของ เยอร์เกน คลอปป์

2.เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีม ชาวสเปน วัย 49 ปี และ อดีตนักเตะ ของ บาเซโลน่า ยักษ์ใหญ่จากสเปน โดยปัจจุบัน เป๊ป เป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งหลังจากแขวนสตั๊ด เป๊ป ได้สร้างปรากฏการ หลังจากที่เขา เข้ารับตำแหน่ง กุนซือ ของทีมบาเซโลน่า

ด้วยการคิดค้น และ สร้างรูปแบบ แผนการเล่นที่ทั้งโลก ไม่เคยได้พบ ได้เจอมาก่อน ที่ชื่อว่า ติกิ-ตาก้า ซึ่งแม้ว่าจะเป็น ชื่อที่นักข่าวตั้งให้ก็ตาม แต่มันก็กลายมาเป็น เครื่องหมายการค้า ของเป๊ปไปแล้ว และ นั่นทำให้ ทั้งโลกต่างขนามนาม ทีมบาซ่าในตอนนั้นว่า

ทีมเอเลี่ยน เพราะมันทั้ง เป็นศูนย์รวมของ นักเตะเก่ง ๆ ระดับโลก และ รูปแบบการเล่นที่ มันยากมาก ๆ ที่ทีมอื่น ๆ จะต่อกรได้ จึงไม่แปลกใจเลย ที่เขาจะเคยเป็น กุนซือ ที่อยู่ในอันดับหนึ่งของโลก

3.ซีเนอดีน ซีดาน จากนักเตะฝีเท้าระดับโลก กลายมาเป็น กุนซือ ที่พามาดริด ประสบความสำเร็จแบบที่เรียกได้ว่า ไม่รู้จะมีใคร ทำได้อีกไหม โดยเขาพามาดริด คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ได้ถึง 3 สมัย ในระยะเวลา 4 ปี ซึ่งยากมาก ๆ ที่ใครจะทำได้ แบบนี้

และก็เพิ่งจะพามาดริด คว้าแชมป์ ลาลีกาได้ใน ปี 2019 ที่ผ่านมานี่เอง ซึ่งก็ต้องยอมรับเลยว่า ทั้งความเก่ง ในการเป็นนักเตะ และ การเป็นโคชของเขานั้น สมบูรณ์แบบมาก ๆ ซึ่งเรียกได้ว่า หาได้ยากยิ่งนัก

4.ดีเอโก ซิเมโอเน ผู้จัดการทีม ชาวอาร์เจนตินา วัย 49 ปี ปัจจุบัน เขาคุมทีมแอตเลติโก มาดริด โดยที่สามารถ สร้างประวัติศาตร์ พาแอตมาดริด คว้าแชมป์ ลาลีกาได้ 1 สมัย ซึ่งอาจจะดูว่าน้อย แต่สำหรับการที่ต้อง ต่อกรกับทีมที่ แข็งแกร่ง ผูกขาดแชมป์ มาอย่างยาวนาน

อย่างบาเซโลน่า และ รีล มาดริด ได้นั้น มันก็เป็นอะไรที่ สุดยอดมาก ๆ ถ้าไม่เก่ง ก็คงฟลุ๊คล่ะ ซึ่งด้วยนักเตะ และ ทีม ที่ไม่ได้มีความยิ่งใหญ่ เหนือกว่า บาซ่า และ มาดริดเลย แต่กับสามารถ ทะยานไปคว้าแชมป์ได้นั้น ก็ต้องบอกว่า ไม่เก่งคงทำไม่ได้

5.คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีม ชาวอิตาลีวัย 60 ปี ปัจจุบัน คุมทีมเอฟเวอร์ตัน ก็ต้องบอกว่าเขาผู้นี้ เป็นกุนซือจอมพเนจรคนหนึ่ง ซึ่งรับงานมา เพื่อสร้างผลงาน และ ก็ทำออกมาได้ดีอีกด้วย โดยแต่ละทีมที่ อันเช ไปคุมนั้น เขาพาทีมคว้าแชมป์ แทบจะทุกทีม

และผ่านการคุมทีมใหญ่ ๆ ระดับโลกมา แทบจะทุกทีมแล้วก็ว่าได้ ซึ่งบอกเลยว่า การมาคุมเอฟเวอร์ตันนั้น ก็สามารถสร้างผลงานออกมาได้เป็นอย่างดี แม้จะเป็นทีมระดับกลาง ๆ ก็ตาม แต่ก็สามารถ พาทีมชนะติดต่อกัน จนอันดับ ขึ้นไปอยู่ที่ 1 มาแล้ว

ซึ่งบอกเลยว่า ทีมใหญ่ ๆ ที่มีสิทธิ์จะก้าวไปสู่แชมป์นั้น อาจจะต้องมาสดุดให้กับ เอฟเวอร์ตัน ก็เป็นได้ ซึ่งผลงานที่ผ่านมา การันตีอยู่แล้วว่า เขาผู้นี้ ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

หากอยากติดตามผลงาน กุนซือแต่ละคน ก็สามารถติดตามได้ ในลีฟุตบอลต่าง ๆ ที่กำลังแข่งขันกันอยู่ บอกเลยว่าเข้มข้นอย่างแน่นอนครับ สำหรับฤดูกาลนี้